วันพุธที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

วิธีการเลี้ยงกระต่าย



                                                                 การเลี้ยงกระต่าย
วิธีการเลี้ยงกระต่าย
                                                           
การเลี้ยงกระต่ายควรให้หญ้าสดและหญ้าแห้งเป็นอย่างหารหลัก และอาหารเสริมควรให้ผักและผลไม้เล็กน้อย การให้หญ้าจะส่งผลดีต่อสุขภาพของกระต่ายมากเพราะหญ้าจะช่วยในการขับถ่าย และในฤดูต่างๆกระต่ายอาจจะป่วยได้เพราะเปลี่ยนไปตามสภาพอากาศ ดังนั่นผู้เลี้ยงควรใส่ใจและดูแลสุขภาพของกระต่ายอยู่สม่ำเสมอ



สิ่งที่ไม่ควรทำในการเลี้ยงกระต่าย

1.อย่าหิ้วหูกระต่ายเด็ดขาด

2.อย่าให้อาหารประเภทที่เป็นขนมและแป้ง อาจจะทำให้เกิดผลเสียต่อกระต่าย

3.อย่าเลี้ยงกระต่ายแฟชั่น

4.อย่าอาบน้ำกระต่ายบ่อยเกินไป

5.อย่านำกระต่ายไว้แต่ในกรง ควรนำเอาออกมาเล่นข้างนอกบ้าง




อุปกรณ์ในการเลี้ยงกระต่าย

กรง ควรซื้อกรงที่เป็นสแตนเลสและกรงที่ดูแลง่ายมีอากาศถ่ายเทสะดวกและปลอดภัยแก่กระต่าย ขวดน้ำแขวน กระต่ายจำเป็นที่ต้องได้รับน้ำสะอาดทุกๆวันขวดน้ำแขวนจึงเหมาะแก่กระต่ายเพราะทำความสะอาดง่ายและไม่หกใส่กระต่าย กระถางใส่อาหาร ควรเลือกกระถางใส่อาหารที่มีน้ำหนักพอประมาณกระต่ายจะได้ไม่คว่ำกระถางอาหารเล่นได้



แหล่งที่มา




วันพฤหัสบดีที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556


ประวัติ มาริโอ้ เมาเร่อ



เกิดเมื่อวันที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2531 เป็นนักแสดงชาวไทย 
เริ่มเข้าสู่วงการบันเทิงตั้งแต่อายุ 16 ปี โดยได้รับการติดต่อจากโมเดลลิ่งในสยามสแควร์ ให้ถ่ายงานโฆษณาเริ่มจากงานถ่ายแบบ
ถ่ายโฆษณา เช่น โฆษณาเอ็กซิท โรลออน ขนมแจ็ค เดอะพิซซ่าคอมปานี และยังได้ถ่ายแบบอยู่เรื่อยมา อย่าง เธอกับฉัน
และหนังสือวัยรุ่นอีกหลายเล่มและถ่ายมิวสิกวิดีโอ อีกหลายตัวเช่น กุญแจที่หายไป ของ ปาล์มมี่ ,ปากดีขี้เหงาเอาแต่ใจ ของ มิล่า เป็นต้น จนในปี 2550 มีผลงานสร้างชื่อจากภาพยนตร์ไทยเรื่อง รักแห่งสยาม ซึ่งจากบทบาท โต้งในรักแห่งสยามนี้ ทำให้มาริโอ้ ได้รับจากภาพยนตร์เรื่องรักแห่งสยาม   

  
มาริโอ้รับรางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยม จากนิตยสารสตาร์พิกส์
และยังได้รับการเสนอชื่อเข้าชิง รางวัลเอเชียนฟิล์ม สาขานักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยม (Best Supporting Actor)
อีกทั้งยังได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลชมรมวิจารณ์บันเทิงครั้งที่ 16 ประจำปี 2550 ในสาขานักแสดงนำชายยอดเยี่ยม
และรางวัลสตาร์เอนเตอร์เทนเมนต์อวอร์ดส ครั้งที่ 6 ในสาขาผู้แสดงนำชายยอดเยี่ยม
มาริโอ้ยังร่วมงานกิจกรรมการกุศลอยู่หลายครั้ง รวมถึงยังเป็นพรีเซนเตอร์ ในวันงดสูบบุหรี่โลก ประจำปี พ.ศ. 2551
ซึ่งจัดโดย กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข และเป็นพรีเซนเตอร์ต่อต้านยาเสพติดให้กับทางสำนักงาน
คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด
 






แหล่งที่มา  http://www.kodhit.com/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%B4/%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B9%82%E0%B8%AD%E0%B9%89-%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B9%88%E0%B8%AD


                                          มารู้จักกับประชาคมอาเซียนกันเถอะค่ะ




บรูไน


1.ประเทศ บรูไน
ประเทศบรูไน มีเมือง บันดาร์เสรีเบกาวัน เป็นเมืองหลวง  มีพื้นที่ประมาณ 5,765 ตารางกิโลเมตร
โดยมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข มีประชากร 381,371 คน นับถือศาสนา อิสลาม และใช้ภาษามาเลย์เป็นภาษาราชการ


กัมพูชา

2.ประเทศกัมพูชา

ประเทศกัมพูชา มีเมืองหลวง คือ  กรุงพนมเปญ มีพื้นที่ 181,035 ตารางกิโลเมตร มีประชากร 14ล้านคน

นับถือศาสนาพุทธนิกายเถรวาท ใช้ภาษาเขมรเป็นภาษาราชการ แต่ก็มีหลายคนที่พูดภาษาอังกฤษ ฝรั่งเศส และเวียดนามได้


อินโดนีเซีย

3.ประเทศ อินโดนีเซีย
ประเทศ อินโดนีเซีย มีเมืองหลวง คือ จาการ์ตา ถือเป็นประเทศหมู่เกาะขนาดใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีพื้นที่ 1,919,440 ตารางกิโลเมตร และมีประชากรมากถึง 240 ล้านคน (ข้อมูลปี พ.ศ.2553) โดย 61% อาศัยอยู่บนเกาะชวา ส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม และใช้ภาษา Bahasa Indonesia เป็นภาษาราชการ


ลาว

4. ประเทศ ลาว
ประเทศ ลาว มีเมืองหลวง คือ  เวียงจันทน์ ติดต่อกับประเทศไทยทางทิศตะวันตก โดยประเทศลาวมีพื้นที่ประมาณครึ่งหนึ่งของประเทศไทย คือ 236,800 ตารางกิโลเมตร พื้นที่กว่า 90% เป็นภูเขาและที่ราบสูง และไม่มีพื้นที่ส่วนใดติดทะเล ปัจจุบัน ปกครองด้วยระบอบสังคมนิยม โดยมีประชากร 6.4 ล้านคน ใช้ภาษาลาวเป็นภาษาหลัก แต่ก็มีคนที่พูดภาษาไทย ภาษาอังกฤษ และภาษาฝรั่งเศสได้ ประชากรส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธ 


มาเลเซีย

5.ประเทศ มาเลเซีย
ประเทศ มาเลยเซีย มีเมืองหลวง คือ กรุงกัวลาลัมเปอร์ เป็นประเทศที่ตั้งอยู่ในเขตศูนย์สูตร แบ่งเป็นมาเลเซียตะวันตกบคาบสมุทรมลายู และมาเลเซียตะวันออก ตั้งอยู่บนเกาะบอร์เนียว ทั้งประเทศมีพื้นที่ 329,758 ตารางกิโลเมตร จำนวนประชากร 26.24 ล้านคน นับถือศาสนาอิสลามเป็นศาสนาประจำชาติ ใช้ภาษา มาเลเซีย เป็นภาษาราชการ



ฟิลิปปินส์

6. ประเทศ ฟิลิปปินส์
ประเทศ ฟิลิปปินส์ มีเมืองหลวง คือ กรุงมะนิลา ประกอบด้วยเกาะขนาดต่าง ๆ รวม 7,107 เกาะ โดยมีพื้นที่ดิน 298.170 ตารางกิโลเมตร มีประชากร 92 ล้านคน (ข้อมูลปี พ.ศ.2553) ส่วนใหญ่นับถือศาสนาคริสต์ และเป็นประเทศที่มีประชากรนับถือศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิกเป็นอันดับ 4 ของโลก มีการใช้ภาษาในประเทศมากถึง 170 ภาษา แต่ใช้ภาษาอังกฤษ และภาษาตากาลอก เป็นภาษาราชการ

สิงคโปร์

7. ประเทศ สิงคโปร์
ประเทศ สิงคโปร์ มีเมืองหลวง คือ กรุงสิงคโปร์ ตั้งอยู่บนตำแหน่งยุทธศาสตร์ที่เป็นศูนย์กลางคมนาคมทางเรือของอาเซียน จึงเป็นประเทศที่มีการพัฒนาทางด้านเศรษฐกิจมากที่สุดในย่านนี้ แม้จะมีพื้นที่ราว 699 ตารางกิโลเมตรเท่านั้น มีประชากร 4.48 ล้านคน ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาทางการ แต่มีภาษามาเลย์เป็นภาษาประจำชาติ ปัจจุบันใช้การปกครองแบบสาธารณรัฐ (ประชาธิปไตยแบบรัฐสภา มีสภาเดียว)








ประเทศไทย

8. ประเทศ ไทย
ประเทศ ไทย มีเมืองหลวง คือ เมืองหลวงคือกรุงเทพมหานคร มีพื้นที่ 513,115.02 ตารางกิโลเมตร ประกอบด้วย 77 จังหวัด มีประชากร 65.4 ล้านคน (ข้อมูลปี พ.ศ.2553) ส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธ และใช้ภาษาไทยเป็นภาษาราชการ ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตย โดยมีพระมหากษัตริย์เป็นองค์ประมุขของประเทศ


เวียดนาม

9.ประเทศเวียดนาม

ประเทศ เวียดนาม มีเมืองหลวง คือ กรุงฮานอย มีพื้นที่ 331,689 ตารางกิโลเมตร จากการสำรวจถึงเมื่อปี พ.ศ.2553 มีประชากรประมาณ 88 ล้านคน ประมาณ 25% อาศัยอยู่ในเขตเมือง ส่วนใหญ่ร้อยละ 70 นับถือศาสนาพุทธนิกายมหายาน ที่เหลือนับถือศาสนาคริสต์ ปัจจุบัน ปกครองด้วยระบอบสังคมนิยมคอมมิวนิสต์ 

ประเทศพม่า

10.ประเทศ พม่า
ประเทศ พม่า มีเมืองหลวงคือ เนปิดอว ติดต่อกับประเทศไทยทางทิศตะวันออก โดยทั้งประเทศมีพื้นที่ประมาณ 678,500 ตารางกิโลเมตร ประชากร 48 ล้านคน กว่า 90% นับถือศาสนาพุทธนิกายเถรวาท หรือหินยาน และใช้ภาษาพม่าเป็นภาษาราชการ 

แหล่งที่มา http://hilight.kapook.com/view/67028


วันพุธที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

ไกลแค่ไหน คือ ใกล้

แนะนำเพลงใหม่ค่ะ

ไกลแค่ไหน คือ ใกล้

เนื้อเพลง



พยายามจะทำวิธีต่างๆ ให้เธอนั้นรักฉัน
พยายามทุกวัน มอบให้ทุกอย่างที่เธอต้องการ
เหมือนเดินบนสะพานที่มีปลายทางคือใจของเธอ
ยังคงคิดและหวังจะนำเอารักแท้นี้ไปให้

แต่ทำไม เดินมาเนิ่นนานไม่ถึงซักที
แต่ทำไม มองดูเส้นทางเหมือนยาวออกไป
อยากรู้ว่าฉันต้องทำตัวอย่างไร

อีกไกลแค่ไหน จนกว่าฉันจะใกล้ บอกที
อีกไกลแค่ไหนจนกว่าเธอจะรักฉัน เสียที
มีทางใดที่อาจทำให้เธอสนใจ ได้โปรด
บอกกับฉันให้รู้ที ว่าสุดท้ายแล้วฉันยังมีความหมาย

ยังไม่คิดยอมแพ้ ฉันเพียงแต่อ้อนล้าก็เท่านั้น
ภายในใจยังคงรักเธอเหมือนเดิม ไม่เคยเปลี่ยน
คงจะดีไม่น้อย ถ้าเธอบอกให้ฉันได้รับรู้
ความในใจของเธอ เหตุผลต่างต่างที่ยังซ่อนไว้

ว่าทำไมเดินมาเนิ่นนานไม่ถึงซักที
แต่ทำไม มองดูเส้นทางเหมือนยาวออกไป
อยากรู้ว่าฉันต้องทำตัวอย่างไร

อีกไกลแค่ไหน จนกว่าฉันจะใกล้ บอกที
อีกไกลแค่ไหนจนกว่าเธอจะรักฉัน เสียที
มีทางใดที่อาจทำให้เธอสนใจ ได้โปรด
บอกกับฉันให้รู้ที
ว่าสุดท้ายแล้วฉันยังมีความหมาย มีความหมาย

อีกไกลแค่ไหน จนกว่าฉันจะใกล้ บอกที
อีกไกลแค่ไหนจนกว่าเธอจะรักฉัน เสียที
มีทางใดที่อาจทำให้เธอสนใจ ได้โปรด
บอกกับฉันให้รู้ที ว่าสุดท้ายแล้วฉันยังมีความหมาย

อีกไกลแค่ไหน จนกว่าฉันจะใกล้ บอกที





วิธีการทำเค้กค่ะ



ส่วนผสม:

    แป้งเค้ก
    ผลไม้อบแห้งที่ต้องการ
    เนยรสจืด
    น้ำตาลทรายแดง
    นมจืด
    เยมส้ม
    เมล็ดมะม่วงหิมมะพานอบ
    ไข่ไก่ 3 ฟอง
    เกลือ
    ผงฟู
    น้ำฝึ้ง
    เหล้ารำ

ขั้นตอนการทำ:

    ร่อนของแห้งทั้งหมดลงผสมให้เข้ากัน แป้งเค้ก+น้ำตาลทรายแดง+เกลือ+ผงฟู
    หั่นผลไม้อบแห้งชิ้นพอประมาณไม่ใหญ่เกิดไป
    หมักผลไม้อบแห้งด้วยเหล้ารำ
    ตีเนยด้วยความเร็วสูง จนกว่าเนยเริ่มจะขึ้นฟู ใส่ไข่ไก่ที่ละ 1 ฟอง ใส่น้ำผึ้งที่เตรียมไว้
    ลดความเร็วในการตี ใส่แป้งและนมสดลงไปที่ละนิด
    นำผลไม้รวมที่หมักไว้มาใส่ลงในแป้งที่ผสม(เหลือไว้บางส่วนไว้แต่งหน้า) คลุกให้เข้ากัน จากนั้นใส่เมล็ดมะม่วงหิมมะพานลงไป
    เตรียมพิมพ์โดยรองกระดาษไขเพื่อป้องกันไม่ให้เนื้อเค้กติดกับพิมพ์
    โรยผลไม้อบที่เหลือไว้ด้านบน
    นำเข้าเตาอบอุณหภูมิ 180 องศา เป็นเวลา 40 นาที 
    นำออกจากเตา โดยให้แกะกระดาษไขออกทันที พักทิ้งไว้ให้เย็น
    ตกแต่งหน้าเค้กด้วยแยมส้ม




แหล่งที่มา   http://lovekanomcake.blogspot.com/




วิธีัการทำ
ส่วนผสม 
แป้งข้าวเจ้า         1 ถ้วยตวง
แป้งสาลีอเนกประสงค์     1/2  ถ้วย
แป้งมัน    1/2     ถ้วยตวง
เกลือป่น             1 ช้อนชา
น้ำตาลทราย    1/2    ถ้วยตวง
น้ำ       1/2     ถ้วยตวง
น้ำปูนใส             ฝ ถ้วยตวง
ไข่แดง             1 ฟอง
น้ำมัน             1 ช้อนโต๊ะ
งาคั่ว             2 ช้อนโต๊ะ
กระดาษซับน้ำมัน วิธีการทำ

 ร่อนแป้งทั้ง 3 ชนิด พร้อมกับเกลือรวมกัน 2 ครั้ง ใส่ลงใน ชามผสมใส่น้ำตาลลงในแป้ง คนให้เข้ากับแป้งให้เป็นหลุม ตรงกลาง
ผสมไข่แดง นำน้ำปูนใสและน้ำมันรวมกัน เทลงในหลุม แป้ง
ใช้ที่ตีไข่ ตะกร้อ คนให้เครื่องปรุงแห้งกับเครื่องปรุงน้ำ เข้ากัน เติมงาคนให้เข้ากันอีกครั้ง
ตั้งกระทะใส่น้ำมันมากประมาณ 4 ถ้วยตวง ใช้ไฟค่อนข้าง อ่อน พอน้ำมันร้อน นำพิมพ์ดอกจอกจุ่มน้ำมันจนพิมพ์ร้อน จัด ยกพิมพ์ขึ้นจากน้ำมัน แล้วนำไปซับน้ำมันออกบน กระดาษซับน้ำมันก่อนจุ่มพิมพ ์ลงในแป้งประมาณ 3/4  ของพิมพ์ แล้วนำไปทอดในน้ำมัน พอแป้งอยู่ตัวก่อนให้กับ พิมพ์ให้นาบกับก้นกระทะ ค่อย ๆ ขยับพิมพ์ให้แป้งหลุด จากพิมพ์ แล้วทอดต่อจนแป้งเปลี่ยนเป็นสีเหลืองทอง
ตักขึ้นให้สะเด็ดน้ำมัน พักไว้ให้เย็นสนิทแล้วเก็บ ใส่ภาชนะปิดสนิท
 

แหล่งที่มา http://www.thaigoodview.com/node/71499

น้องหมาสุดน่ารัก
การ เลือกและดูแลเลี้ยงดูลูกสุนัขแรกเกิดถึงหย่านม การนำลูกสุนัขมาเลี้ยงนั้น อายุที่สมควรจะนำมาเลี้ยงนั้น ควรเป็นอายุประมาณ 6 ถึง 8 สัปดาห์ เพราะลูกสุนัขจะได้รับวัคซีนป้องกันโรคที่สำคัญ ที่ทำให้ลูกสุนัขเสียชีวิตอยู่บ่อยๆ มาเรียบร้อยแล้ว คือ โรคลำไส้อักเสบจากไวรัส และโรคหัด ซึ่งถ้าลูกสุนัขได้รับเชื้อไวรัสเหล่านี้ และไม่มีภูมิคุ้มกันพอ และเมื่อแสดงอาการของโรคแล้วมากกว่า 90% ของลูกสุนัขจะตาย โดยเริ่มฉีดวัคซีนเข็มแรกที่อายุ 6 สัปดาห์ และต่อจากนั้นคุณหมอจะแนะนำโปรแกรมที่ถูกต้องให้แก่เจ้าของเอง นอกจากนั้นลูกสุนัขที่มีอายุขนาด (6-8 สัปดาห์) นี้จะไม่โตหรือเล็กเกินไป จะยอมรับเจ้าของใหม่ได้ง่าย และเริ่มหย่านมได้แล้ว สรุปได้ว่า อายุสุนัขที่ควรนำมาเลี้ยงควรจะอยู่ระหว่าง 2-3 เดือน การเลือกลูกสุนัขก็มีหลักการง่ายๆ อยู่ว่า ให้ดูลูกสุนัขที่ร่าเริง ดวงตาแจ่มใส ควรจะลองบีบบริเวณจมูกเบาๆ ดูว่าน้ำมูกที่ออกมาใสหรือข้น โดยปกติเขาก็จะมีน้ำใสๆ อยู่แล้ว และจมูกเปียกชื้น ส่วนผิวหนังก็ให้ดูว่ามีโรคผิวหนังใดๆ หรือตุ่ม หรือจุดเลือดออกหรือไม่ ลูกสุนัขอายุเท่านี้จะต้องมีการฉีดวัคซีนมาแล้ว 1 ครั้ง ดังนั้นคุณจะต้องขอใบรับรองการฉีดวัคซีน ซึ่งควรจะอยู่คู่กับตัวลูกสุนัขและต้องมีลายเซ็นต์ของสัตว์แพทย์ที่มีใบ อนุญาติประกอบการบำบัดโรคสัตว์อย่างถูกต้องรับรองอยู่ด้วย
แหล่งที่มาhttp://blog.eduzones.com/howto/81407