วันพุธที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

วิธีการทำขนมชั้น

                                                                      วิธีการทำขนมชั้น




วิธีการทำขนมชั้น

ส่วนผสม
หัวกะทิ 4 ถ้วย
        น้ำตาลทราย 3 ถ้วย
              น้ำลอยดอกมะลิ 1 ถ้วย
              แป้งถั่วเขียว 2 ช้อนโต๊ะ
               แป้งท้าวยายม่อม 1 ถ้วย
              แป้งข้าวเจ้า 2 ช้อนโต๊ะ 
แป้งมัน 2 ถ้วย
                 ใบเตย 10 ใบ คั้นน้ำข้น ๆ


วิธีทำ

1. เชื่อมน้ำเชื่อมโดยใช้น้ำ 1 ถ้วย น้ำตาลทราย 3 ถ้วย
2. ผสมแป้งทั้ง 4 ชนิด เข้าด้วยกัน แล้วนวดกับกะทิ โดยค่อย ๆ ใส่กะทิทีละน้อย ๆ นวดนาน ๆ จนกะทิหมด แล้วใส่น้ำเชื่อมคนให้เข้ากัน พอให้แป้งติดหลังมือนิดหน่อย
3. กรองแป้งทั้งหมด แล้วแบ่งแป้งครึ่งหนึ่งเป็นสีขาว อีกครึ่งหนึ่งใส่ใบเตยหรือสีตามชอบ
4. นำถาดไปนึ่งแล้วทาน้ำมันให้ทั่ว ใส่แป้งสีขาวประมาณ 1/2 ถ้วย แล้วนึ่งให้สุกประมาณ 5 นาที ชั้นที่ 2 ใส่สีเขียว แล้วนึ่งอีกประมาณ 5 นาที ทำเช่นนี้ไปจนหมดแป้ง แล้วให้ชั้นสุดท้ายเป็นสีเข้มกว่าชั้นอื่น ๆ เมื่อสุกยกลงทิ้งให้เย็น แล้วตัดเป็นชิ้นตามต้องการ



แหล่งที่มา

การเลี้ยงหมู

                                                              การเลี้ยงหมู

 

วิธีการเลี้ยงหมู
 ปัจจุบันการเลี้ยงสุกรในประเทศไทยได้มีการพัฒนาการด้านพันธุ์อาหารสัตว์ การจัดการและการสุขาภิบาล จนทัดเทียมกับต่างประเทศ การเลี้ยงสุกรภายในประเทศ แม้จะมีฟาร์มใหญ่ ๆ แต่ก็ยังมีเกษตรกรรายย่อยที่ทำการเลี้ยงสุกรรายละ 1-20 ตัว ตามหมู่บ้านอยู่เป็นจำนวนมาก เกตรกรรายย่อยดังกล่าวจำเป็นจะต้องได้รับความรู้ในด้านการเลี้ยงสุกรอย่างถูกต้อง เพื่อจะได้นำไปพัฒนาการเลี้ยงสุกรอย่างถูกต้อง เพื่อจะได้นำไปพัฒนาการเลี้ยงสุกรของตนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะทำรายได้ให้กับครอบครัว และยังจะได้ประโยชน์ในการใช้ทรัพยากรให้ได้ผลดีด้วย


เหตุผลในการเลี้ยงสุกร


สุกรสามารถเลี้ยงได้ในจำนวนน้อย เป็นฟาร์มเล็ก ๆ
ในการเลี้ยงสุกรต้องการพื้นที่เพียงเล็กน้อย
การเลี้ยงสุกรใช้แรงงานน้อย เลี้ยงง่าย
ใช้เศษอาหารและของเหลือต่าง ๆ เป็นอาหารสุกรได้
มูลสุกรใช้เป็นปุ๋ยอย่างดี และใช้กับบ่อเลี้ยงปลา เพื่อเพิ่มผลผลิตของการเลี้ยงปลา
สุกรให้ลูกดก ขยายพันธุ์ได้เร็ว
การเลี้ยงสุกรเป็นกิจการที่ให้ผลกำไรดี สามารถคืนทุนได้ภายในเวลา 6 เดือน


แหล่งที่มา


แนะนำเพลงใหม่ค่ะ

                                                                   แนะนำเพลงใหม่ค่ะ  
ชื่อเพลง เพลงของเธอ

เนื้อเพลง



เธอจะรู้ไหม ฉันมีของจะเซอร์ไพรซ์
ฉันแอบเขียนเพลงไว้ให้เธอ
เพลงที่แต่งมา จากทั้งหัวใจ
เพื่อบอกความคิด ฉันข้างใน
ถ้ากลับมาพบกัน จะเปิดมันให้ฟัง
เธอ เธออยู่ที่ไหน ฉันมีของเตรียมเอาไว้
ฉันอัดเสียงเพลงไว้ให้เธอ
เพลงที่อัดมามันเสียงเบลอ
มีแต่คำว่า ฉันรักเธอ
มันอาจจะทั่วไป แต่ก็ไม่เหมือนใคร
เขียน เพลงทุกเพลงที่มีไว้ให้เธอ
ขอ เก็บทุกวันที่มีไว้ให้เธอ
เพลงนี้ดีไซน์เพื่อใคร ตอบได้ว่าคือเธอ
เพลงมีเป็นล้าน ก็ส่งถึงคนเป็นล้าน
แต่เพลงนี้เขียนให้แค่เธอ
เพลงที่รอเธอมาร้องด้วยกัน
และจับมือใต้แสงตะวัน
เมื่อกลับมาพบกันจะเปิดให้ฟัง
เขียน เพลงทุกเพลงที่มีไว้ให้เธอ
ขอ เก็บทุกวันที่มีไว้ให้เธอ
เพลงนี้ดีไซน์เพื่อใคร ตอบได้ว่าคือเธอ
เพลงที่รอเธอมาร้องด้วยกัน
และจับมือใต้แสงตะวัน
เมื่อกลับมาพบกันจะเปิดมันให้ฟัง
เขียน เพลงทุกเพลงที่มีไว้ให้เธอ
ขอ เก็บทุกวันที่มีไว้ให้เธอ
เพลงนี้ดีไซน์เพื่อใคร ตอบได้ว่าคือเธอ


แหล่งที่มา

วิธีการทำขนมไทย

                                                                  

                                                                    วิธีการทำขนมไทย






วิธีการทำขนมไทย

การทำขนมไทยนั้น สามารถทำได้หลายวิธีด้วยกัน โดยสามารถแยกออกเป็น วิธีหลักๆ ดังนี้
     1. ต้ม : คือ การนำวัตถุดิบใส่หม้อพร้อมกับน้ำหรือกะทิ ตั้งไฟให้เดือดจนสุก การทำขนมที่ต้องต้ม และเป็นขนมที่ใช้ใบตองห่อ ต้องห่อให้สนิท ใบตองต้อง ไม่แตก เช่นข้าวต้ม แกงบวด ถั่วเขียวต้มน้ำตาล ฯลฯ
      2. นึ่ง : คือ การทำอาหารให้สุกโดยใช้ไอน้ำ โดยใส่ขนมลงไปในลังถึง ปิดฝา ตั้งไฟให้น้ำเดือด นึ่งจนขนมสุก ส่วนมากจะเป็นขนมที่มีไข่เป็นส่วนผสม เช่น สาลี่ ชนมชั้น สอดไส้ ฯลฯ เวลาและความร้อนที่ใช้ในการทำนั้นขึ้นอยู่กับชนิดของขนมนั้นๆ
ขนมหวานไทย : ทองหยอด
ขนมหวานไทย : แกงบวดฟักทอง
     3. ทอด : คือ การทำอาหารให้สุกด้วยน้ำมัน โดยใส่น้ำมันลงในกระทะ ตั้งไฟให้ร้อนทั่วแล้วจึงใส่ขนมที่จะทอดลงไป ขนมบางชนิดใช้น้ำมันมาก เรียกว่า ทอดน้ำมันลอย ใช้ไฟปานกลางสม่ำเสมอ บางชนิดใช้น้ำมันน้อย ใช้กระทะก้นตื้น ตัวอย่างขนมที่ใช้วิธีทอดได้แก่ ข้าวเม่าทอด ทองพลุ ฯลฯ

     4. จี่ : คือ การทำขนมให้สุกในกระทะโดยใช้น้ำมันแต่น้อย ทาที่กระทะพอลื่น กระทะที่จะใช้จี่ต้องเป็นกระทะเหล็กหล่อแบน กว้าง เนื้อเหล็กหนา การจี่ใช้ไฟอ่อน ตั้งกระทะให้ร้อนรุมอยู่ตลอดเวลา และกลับขนมให้เหลืองเสมอกันทั้งสองด้าน เช่น แป้งจี่

   5. เจียว : คือ การทำให้เครื่องปรุงเหลืองกรอบโดยใช้น้ำมัน เช่น หอมเจียว การเจียว หอมเพื่อโรยหน้าขนม หัวหอมควรซอยชิ้นให้เสมอกัน เวลาจะเจียวจะสุกพร้อมกัน มีสีเหลืองสวย น้มันที่เจียวไม่ควรมากเกินไป กะพอใส่ของลงไปแล้วพอดี ใช้ตะหลัวกลับไปกลับมาจนเหลืองกรอบ เจียวจนน้ำมันเหลือติดก้นกระทะเล็กน้อย แต่ระวังหอมไหม้

    6. ปิ้ง : คือ การทำอาหารให้สุกโดยการวางขนมที่ต้องการปิ้วไว้เหนือไฟ มีตะแกรงรองรับ ไฟไม่ต้องแรงนัก กลับไปกลับมาจนขนมสุก ขนมบางชนิดใช้ใบตองห่อ แล้วปิ้งจนเกรียม หรือกรอบ เช่นขนมาก ข้าวเหนียวปิ้ง ก่อนจะปิ้งควรใช้ขี้เถ้ากลบถ่านไว้ เพื่อให้ความ ร้อนที่ได้สม่ำเสมอกัน

  7. ผิงและอบ : ขนมที่ใช้ผิงมีหลายชนิด จะใช้ผิงด้วยไฟบนและไฟล่าง ไฟจะต้องมีลักษณะ อ่อนเสมอกัน ปัจจุบันนิยมใช้เตาอบแทนการผิง เพราะควบคุมความร้อนได้ง่ายกว่า ขนมไทยที่ใช้วิธีการผิงและอบ ได้แก่ ขนมหม้อแกง สาลี่กรอบ ขนมผิง ฯลฯ
ขนมหวานไทย : ขนมหม้อแกง
ขนมหวานไทย : ขนมทองหยิบ




แหล่งที่มา

ลอดช่องไทย กะทิสด (แบบโบราณ)


ลอดช่องไทย กะทิสด (แบบโบราณ)

 ของฝากจากการหายหน้าไป 2 อาทิตย์คะ เอาเป็นว่าเป็นของฝากชิ้นที่ 1 ละกันน้า... (จริง ๆ มีอีกเยอะเลยไว้จะทยอยนำมาลงให้เรื่อย ๆ นะจ๊ะ) เพื่อน ๆ อาจสงสัยว่าส้มหายไปไหน ส้มไปทำงานคะครั้งนี้ต้องไปจ.นครศรีธรรมราช 2 สัปดาห์ ไปทำงานทุกวัน(อยู่ที่งานเดือนสิบ) เลยมีอะไรดี ๆ จากในงานมาฝากเยอะเลยคะ  เนื่องจากที่งานมีการแข่งขัน(เยอะมาก) ของพัฒนาชุมชนจังหวัดคะ มีการทำขนมครก ข้าวต้มใบกระพ้อ  และการสาธิตต่าง ๆ อีก (ซึ่งทุกรายการมีมาฝากคะแต่ต้องอดใจนิดดดด ^^’) เอาเป็นว่าฟุ้งมาเยอะแล้ว มาเข้าเรื่องของวันนี้เลยดีกว่า วันนี้เอาการทำลอดช่องไทย(ใบเตย) แบบโบราณ(จริงๆ) มาให้ชมกันคะ ภาพอาจไม่ชัดนักเพราะส้มถ่ายกับโทรศัพท์ และถ่ายจากคุณป้า คุณยายหลาย กลุ่มที่มาสาธิตภาพเลยอาจจะกระโดดไปบ้าง ต้องขออภัยไว้ก่อนคะ แต่รับรองมีความรู้แบบภูมิปัญญา


 ส่วนผสม (แยกเป็น 2 ส่วน)

ส่วนผสมตัวลอดช่อง 
แป้งข้าวเจ้า 2 ถ้วย  (โบราณเอาข้าวเจ้ามาโม่ให้เป็นแป้งคะ)
น้ำปูนใส 5 ถ้วย
ใบเตย 10 ใบ นำมาคั้นให้ได้น้ำใบเตยข้น ๆ 1 ถ้วย
 

 วิธีทำ
1. เอาแป้งข้าวเจ้ามาใส่ภาชนะ เช่น กาละมังเล็ก ๆ ใส่น้ำใบเตยคั้นลงไป ใส่น้ำปูนใสลงไปด้วย (ค่อย ๆ ใส่นะจ๊ะ โดยใส่สลับกันระหว่างน้ำใบเตยกันน้ำปูนใส) แล้วจึงค่อย ๆ นวดให้เข้ากันจนละลายกับแป้งให้เข้าหมด ต้องใจเย็น ๆ คะ ไม่งั้นแป้งจะเป็นก้อนไม่เข้ากัน
2.  กรองส่วนผสมด้วยผ้าขาวบางอีกครั้งคะ




    



    
      
3.  เริ่มการกวนคะ โดยนำกะทะทอง / หม้อ  มาตั้งบนเตาไฟอ่อน ๆ เอาแป้งที่ละลายไว้แล้ว เทลงกระทะ กวนไปเรื่อย ๆ จนแป้งมีลักษณะเหนียว ข้น เข้ากันดี อย่าให้แห้งหรือเหลวจนเกินไป




4. เอากาละมังหรือภาชนะอื่น เช่นถัง อีกใบมาใส่น้ำสะอาดเตรียมเอาไว้ จากนั้นเตรียมพิมพ์ลอดช่อง สมัยโบราณใช้กะลาเจาะรู หรือให้หม้อเจาะรู คะ


     



     
  
  
5. นำแป้งที่กวนได้ที่มาใส่ลงในภาชนะหรือพิมพ์ที่เราเตรียมไว้ กดแป้งออกมาจากร่องออกมาเป็นช่วงสั้น ๆ ก็จะเป็นแป้งที่ลอดช่องลงมาสู่น้ำเย็น ทำเป็นตัวลอดช่อง



       



      
  
6. หากแป้งที่เทไว้หนืดเกินและไม่สามารถไหลลงมาได้แล้ว เค้าจะเอาท่อนไม้แบบในภาพมากดอีกครั้งคะเพื่อให้แป้งไหลลง 



7. แป้งกวนที่ไม่สามารถกดได้แล้ว แป้งแบบนี้นำมาทานโดยใส่ถ้วยผสมกับน้ำกะทิ อร่อยแบบบ้าน ๆ 


     


     
  
  
8. เปลี่ยนน้ำบ่อย ๆ  หากน้ำเริ่มร้อนขึ้นคะ จากนั้นพักตัวแป้งไว้ก่อน

ส่วนผสมของน้ำกะทิ

1. น้ำกะทิ 2 ถ้วย
2. น้ำตาลปี๊บ  1 ถ้วย
3. เกลือป่น ½ ช้อนชา



     
  
1. คั้นกะทิ ให้ได้ 2 ถ้วยคะ



2.  เอาน้ำกะทิ  2  ถ้วย   น้ำตาลปี๊ป 1 ถ้วยตวง   เกลือป่น  1/2 ช้อนชา   ต้มให้เดือด แต่ควรจะกรองด้วยผ้าขาวบางจะดียิ่งขึ้น


     
 
3. เสร็จแล้ว เตรียมจัดเสริฟได้เลยจ้า ลอดช่องสด ๆ น้ำกะทิหอม หวาน มันส์ อร่อยจริง ๆ คะ 

แหล่งอ้างอิง
http://www.ezythaicooking.com/free_dessert_recipes/Thai_dessert_kanom_Lod_Chong_th.html

วิธีการเลี้ยงไก่ไข่

                                             
วิธีการเลี้ยงไก่ไข่



วิธีการเลี้ยงไก่ไข่

   ผู้เลี้ยงที่ยังไม่มีความรู้ความชำนาญงานประเภทนี้ ควรเริ่มต้นหัดเลี้ยงด้วยไก่จำนวนน้อย เพื่อศึกษาหาความรู้ความชำนาญเสียก่อน สำหรับผู้ที่มีความรู้ความชำนาญแล้ว อาจเริ่มต้นเลี้ยงตามขนาดของทุนและสถานที่ ถ้าเริ่มต้นด้วยไข่ฟัก หรือลูกไก่ ก็ย่อมลงทุนถูก หากเริ่มต้นด้วยไก่ใหญ่ ก็อาจะต้องใช้ทุนมากขึ้น โดยทั่วไปผู้เลี้ยงอาจเริ่มจากระยะไหนก็ได้ อาทิเช่น

   1. เริ่มต้นด้วยการเลี้ยงลูกไก่อายุ 1 วัน เป็นวิธีที่มีผู้เลี้ยงนิยมกันมากเนื่องจากทุนน้อย ผู้เลี้ยงสามารถเลี้ยงไก่ได้ตลอดเวลาด้วยตัวเอง สามารถที่จะดูแลเอาใจใส่ได้อย่างเต็มที่ ได้รู้ประวัติของไก่ทั้งฝูงตลอดเวลา จึงทำให้ได้ฝึกฝนการเลี้ยงไก่และมีความมั่นใจในการเลี้ยงไก่มากขึ้น แต่การเลี้ยงแบบนี้ต้องใช้เวลานานกว่าไก่จะให้ไข่ เพราะต้องเลี้ยงตั้งแต่แรกเกิด ซึ่งเป็นงานที่ยุ่งยากและใช้ความชำนาญค่อนข้างสูง อีกทั้งยังต้องเสี่ยงต่อการตายของไก่ในระยะแรกๆ และจะต้องรอไปอีกเป็นเวลาอย่างน้อยถึง 22 สัปดาห์ ไก่จึงจะเริ่มให้ไข

          2. เริ่มต้นด้วยการเลี้ยงไก่รุ่นอายุ 2 เดือน เป็นวิธีที่นิยมกันในปัจจุบัน โดยการที่ผู้เลี้ยงซื้อไก่รุ่นอายุ 6 สัปดาห์ - 2 เดือน มาจากฟาร์มหรือบริษัทที่รับเลี้ยงลูกไก่ เนื่องจากลูกไก่ในระยะนี้ราคายังไม่แพงมากนัก และสามารถตัดปัญหาในเรื่องการเลี้ยงดูลูกไก่และการกกลูกไก่ การเลี้ยงไก่รุ่นอายุ 2 เดือนนี้ มักจะให้อาหารที่มีคุณภาพค่อนข้างต่ำ ราคาถูก การเลี้ยงดูก็ไม่ต้องใช้ความชำนาญมากนัก ผู้ที่เริ่มต้นเลี้ยงไก่เป็นครั้งแรก จึงสมควรเริ่มเลี้ยงด้วยวิธีนี้

          3. เริ่มต้นด้วยการเลี้ยงไก่สาว เป็นวิธีที่ผู้เลี้ยงไก่เป็นอาชีพหรือเพื่อการค้านิยมกันมาก เนื่องจากไม่ต้องเสียเวลาเลี้ยงดูไก่เล็กหรือไก่รุ่น นอกจากนี้โรงเรือนก็สร้างไว้เฉพาะกับไก่ไข่เท่านั้น แต่การเลี้ยงไก่วิธีนี้ต้องลงทุนสูง ผู้เลี้ยงจะต้องรู้จักฟาร์มที่ผลิตไก่สาวเป็นอย่างดี ต้องสอบถามถึงประวัติของฝูงไก่สาวที่นำมาเลี้ยงเสมอ เพราะช่วงที่ไก่ยังเป็นลูกไก่และไก่รุ่นผู้เลี้ยงไม่สามารถรู้ประวัติของฝูงไก่สาวที่จะนำมาเลี้ยงได้



แหล่งที่มา



แนะนำเพลงใหม่

                                                              แนะนำเพลงใหม่ค่ะ
ชื่อเพลงว่า คุกเข่า

เนื้อเพลง


เพราะอะไรเธอจึงทิ้งฉันไป ฉันทำให้เธอผิดหวัง 
ฉันทำให้เธอเจ็บช้ำมากมายขนาดไหน 
ฉันรักเธอ มากมายเท่าไร เธอเองก็รู้ใช้ไหม 
ว่าเธอน่ะมีความหมายกับฉันขนาดไหน 
มากเท่าไร 

ฉันกำลังขอร้องอ้อนวอนเธออย่าไป 
ทิ้งตัวลงคุกเข่ากอดขาเธอเอาไว้ 
พนมสองมือขึ้นกราบกรานเธอโปรดอย่าไป 
มันคงไม่มีประโยชน์ถ้าคนมันหมดใจ 

แต่ถ้าตัวเธอยังรัก ยังห่วงใย 
และถ้าอดีตของเรายังพอมีความหมาย 
ได้โปรดอย่าจากฉันไป 
ได้โปรดอย่าทำร้ายกันเลย 

ฉันผิดไป แต่ไม่ได้ตั้งใจ 
ต้นเหตุที่ฉันผิดพลั้ง มันจะไม่มีอีกครั้ง 
ให้เธอโปรดมั่นใจ ฉันขอได้ไหม 

ฉันกำลังขอร้องอ้อนวอนเธออย่าไป 
ทิ้งตัวลงคุกเข่ากอดขาเธอเอาไว้ 
พนมสองมือขึ้นกราบกรานเธอโปรดอย่าไป 
มันคงไม่มีประโยชน์ถ้าคนมันหมดใจ 

แต่ถ้าตัวเธอยังรัก ยังห่วงใย 
และถ้าอดีตของเรายังพอมีความหมาย 
ได้โปรดอย่าจากฉันไป 
ได้โปรดอย่าทำร้ายกันเลย 

หากว่าเธอยังรัก ยังห่วงใย 
หากว่าเธอยังมีน้ำใจให้ฉันหน่อย 
อย่าปล่อยให้ฉันใจน้อยคอยเรื่อยไป 
และหากว่าฉันยังดีไม่พอ 
ก็จะขอทำดีให้เธอได้เข้าใจ 
ได้โปรดอย่าทำร้ายกันเลย 

ฉันกำลังขอร้องอ้อนวอนเธออย่าไป 
ทิ้งตัวลงคุกเข่ากอดขาเธอเอาไว้ 
พนมสองมือขึ้นกราบกรานเธอโปรดอย่าไป 
มันคงไม่มีประโยชน์ถ้าคนมันหมดใจ 

แต่ถ้าตัวเธอยังรัก ยังห่วงใย 
และถ้าอดีตของเรายังพอมีความหมาย 
ได้โปรดอย่าจากฉันไป 
ได้โปรดอย่าทำร้ายกันเลย 

ฉันกำลังขอร้องอ้อนวอนเธออย่าไป 
ทิ้งตัวลงคุกเข่ากอดขาเธอเอาไว้ 
พนมสองมือขึ้นกราบกรานเธอโปรดอย่าไป 
มันคงไม่มีประโยชน์ถ้าคนมันหมดใจ 

แต่ถ้าตัวเธอยังรัก ยังห่วงใย 
และถ้าอดีตของเรายังพอมีความหมาย 
ได้โปรดอย่าจากฉันไป 
ได้โปรดอย่าทำร้ายกันเลย




แหล่งที่มา
https://www.google.co.th/search?q=%E0%B9%80%E0%B8%99%E0%B8%B7%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B8%87+%E0%B8%84%E0%B8%B8%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%B2&hl=th&source=lnms&sa=X&ei=o8wtUaK7L4rrrQfU2YAw&ved=0CAYQ_AUoAA&biw=1024&bih=677